กระซิบ

18 มิ.ย. 2562, 15:03 น.

Line

เรื่องราวสุดซาบซึ้ง ของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีลูกติด ในช่วงกลางวันเธอทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านหลังโต พอตกดึกเธอก็จะกลับไปดูแลลูกชายวัย 4 ขวบ เมื่อเจ้านายรู้เรื่องของเธอ ด้วยความสงสารจึงบอกให้พาลูกชายมาอยู่ด้วยกัน เขารับปากว่าจะให้อยู่ฟรีกินฟรีโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เธอรู้สึกเกรงใจจึงตอบปฏิเสธนายจ้างไป ส่วนนายจ้างเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ที่จริงเธอกลัวว่าช่องว่างระหว่างความจนและรวย อาจส่งผลกระทบต่อลูกชายในอนาคต เพราะบ้านของเจ้านายมีห้องมากมาย แม้แต่ห้องน้ำเล็กที่สุดก็ยังใหญ่กว่าห้องของเธอกับลูก วันหนึ่ง เจ้านายต้องการจัดงานเลี้ยงที่บ้านแต่คนไม่พอ เขาจึงขอให้เธอทำโอที เธอรับปากแต่ในใจก็เป็นห่วงลูกชาย นายจ้างจึงบอกให้พาลูกชายมาที่บ้านจะได้ไม่ต้องกังวล เมื่อเธอพาลูกชายมาถึงบ้าน แขกก็เริ่มทยอยมากันแล้ว เธอจึงเข้าบ้านจากประตูข้างหลัง จากนั้นก็ให้ลูกชายอยู่ในห้องน้ำหลังบ้าน เธอนำไส้กรอกกับขนมปังที่ซื้อมา ใส่จานตั้งไว้ให้ลูกชาย ลูกชายตื่นตาตื่นใจกับห้องน้ำที่ใหญ่มโหฬาร เด็กน้อยไม่รู้จักชักโครก เขาไม่รู้ว่าของที่วางอยู่ที่อ่างล้างมือคืออะไร และกลิ่นหอมภายในห้องน้ำก็ชวนให้เขาตะลึงด้วย

เธอบอกลูกชายว่า “แม่พาหนูมางานเลี้ยงนี้ด้วย แต่ลูกยังเด็ก ห้ามนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ เจ้านายของแม่ได้เตรียมห้องเอาไว้ให้แล้ว” เด็กชายวางจานไว้บนฝาชักโครก และนั่งบนพื้นหินอ่อนสุดหรู และทานไปร้องเพลงไป

ในงานเลี้ยง เจ้านายสังเกตเห็นว่าเด็กชายไม่มาด้วย จึงไปถามเธอว่าเด็กไปไหน เธอตอบว่าสงสัยออกไปวิ่งเล่นที่สนามตามประสาเด็ก แต่เจ้านายไม่เชื่อจึงเดินตามหาเด็กชายตามห้องต่าง ๆ จนมาถึงห้องน้ำห้องนี้ เขาเปิดประตูเข้าไปพบเด็กชายกำลังนั่งอยู่

เจ้านายถามเด็กว่า “ทำไมมานั่งกินในนี้ ไม่รู้หรือว่านี่เป็นห้องอะไร”

เด็กน้อยตอบอย่างไร้เดียงสา “แม่บอกว่าห้องนี้คือห้องที่เจ้านายของแม่เตรียมไว้ให้ผมเป็นพิเศษ ไส้กรอกอันนี้อร่อยมากเลย ผมไม่ได้กินนานแล้ว แล้วคุณคือใคร มากินด้วยกันไหม เดี๋ยวแบ่งให้”

เจ้านายรู้สึกสงสารจนแทบน้ำตาไหล แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มให้เด็ก
ทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงที่เขากับพ่อแม่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวง ตอนนั้นยากจนมากเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เขากลับเข้าไปในงาน แล้วบอกแขกทุกคนในงานว่า “ผมขอโทษที่ไม่อาจร่วมโต๊ะกับพวกท่านได้อีก ผมต้องไปนั่งร่วมโต๊ะกับแขกวีไอพี หวังให้ทุกท่านจะสนุกสนานกับงานเลี้ยงนี้”

เมื่อพูดจบเขาก็ตักอาหารใส่จาน และเดินไปหาเด็กชายในห้องน้ำ เขานั่งลงบนพื้นแบบเดียวกัน หันหน้าเข้าหากัน แล้วพูดว่า “อาหารแสนอร่อยกับห้องหรูหราขนาดนี้ ถ้าเธอกินคนเดียวก็น่าเสียดายแย่ ฉันขอนั่งกินด้วยคนนะ”

เจ้านายกับเด็กชายนั่งกินไปและร้องเพลงไปด้วยกัน แถมยังคุยกันหลายเรื่อง เขาบอกเด็กชายว่า แม่ของเด็กเป็นคนขยันและยิ่งใหญ่ ต้องภาคภูมิใจในตัวแม่ และต้องทำเพื่อแม่ด้วย

เมื่อแขกในงานเริ่มสังเกตว่าเจ้าภาพหายตัวไปไม่ยอมกลับมา จึงชวนกันออกตามหา จนพบว่าเจ้าภาพของงานมานั่งอยู่กับเด็กชายเพียงลำพัง แถมยังทานอาหารกันบนฝาชักโครกอีก ทำให้พวกเขารู้สึกประทับใจ แขกหลายคนจึงรีบกลับไปตักอาหารใส่จาน พร้อมนำเครื่องดื่มย้อนกลับมาร่วมวงกับเจ้าภาพงานในห้องน้ำ

ทำให้ห้องน้ำนั้นดูคับแคบลง พวกเขานั่งกินและร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เด็กชายเชื่อสนิทใจว่า แม่ของเขาได้รับความนับถือมาก และเขาก็โชคดีมากที่เกิดเป็นลูกเธอ

หลายปีผ่านไป เด็กชายเติบโตขึ้นเป็นเจ้าของกิจการ เขาสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ที่มีห้องน้ำหลายห้อง ทุกปีเขาไม่ลืมที่จะบริจาคเงินให้คนยากจนโดยไม่ประสงค์ออกนาม

เขาไม่รับการสัมภาษณ์และบอกคนที่ไม่เข้าใจว่า “เมื่อหลายปีก่อน เคยมีเศรษฐีหลายคนมอบความจริงใจ และให้เกียรติเด็กชายวัย 4 ขวบคนหนึ่งเอาไว้”

 

ประเภท : ทันเหตุการณ์

ที่มา : webwanwan.com