กระซิบ

13 พ.ค. 2562, 16:04 น.

Line

เมื่อ วันที่ 12 พ.ค. 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง “Kaweesak Phaengdan” ได้แชร์คลิปเหตุการณ์พิธีฌาปนกิจศพแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ขณะที่น้องๆนักเรียนซึ่งเป็นสาวประเภท 2 แต่งชุดนางรำ เพื่อที่จะรำหน้าไฟ เพื่อส่งดวงวิญญาณผู้ตายไปขึ้นสวรรค์ แต่ทันใดนั้นพิธีกรในงานได้ออกมาประกาศว่า “การรำหน้าไฟความจริงเป็นเช่นไรนั่นก็คงไม่มีใครทราบ แต่มีผู้รู้เขาเล่าไว้ว่า มีพระมหากษัตริย์ กรุงพาราณาศรี สวรรคต แล้วจะผ่านด่านไปสวรรค์ ด่านแรกจะถามว่า เคยทำบุญอะไรมาบ้าง ถ้าทำมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตก็จะให้ผ่านด่านแรก แล้วไปด่านที่ 2 ซึ่งจะต้องหาคนมารำหน้าไฟ เพื่อเป็นการเปิดทาง แต่มีกติกาอยู่ว่า ต้องเป็นสาวพรหมจรรย์มารำหน้าไฟ ฉะนั้น “ห้ามกระเทยรำหน้าไฟเด็ดขาด” ถ้าหากกะเทยมาลำคนนั้นจะไม่ได้ไปสวรรค์เด็ดขาด เพราะฉะนั้นเขาจึงคัดเลือกเอาเฉพาะเด็กหญิงสาวๆพรหมจรรย์มารำ และพึงสังวรณ์ไว้ว่าใครที่จะเอากะเทยมารำหน้าไฟไม่ได้เด็ดขาด”  โดยขณะในนั้นได้มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ค และได้มีคนมาแสดงความคิดเห็นและตำหนิการทำหน้าที่ของพิธีกรเป็นจำนวนมาก

นายพิทยา แข็งฤทธิ์ ครูอัตราจ้างโรงเรียนบ้านหนองกุง ผู้ควบคุมการแสดง กล่าวว่า ทราบว่าเด็ก ๆ กลุ่มนี้เป็นนักเรียนของโรงเรียน และเป็นสาวประเภทสอง ที่มารวมกลุ่มกันแสดงความสามารถทางการฟ้อนรำแบบจิตอาสา เมื่อมีงานต่าง ๆ ทางเจ้าภาพก็จะติดต่อขอให้ไปช่วยรำในงาน โดยไม่ได้เรียกเก็บค่าใช้จ่าย แล้วแต่ทางเจ้าภาพจะสนับสนุนเป็นทุนการศึกษา ซึ่งไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้น กระทั่งในงานศพที่เกิดประเด็นขึ้น ทำให้มีคำถามว่ากะเทยรำหน้าไฟไม่ได้จริงหรือ ตัวเด็ก ๆ เองก็รู้สึกเสียใจ เมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายทั้ง 3 คนก็ทำหน้าที่ของตัวเองจนเสร็จสิ้น โดยส่วนตัวมองว่าการรำหน้าไฟ ใคร ๆ ก็รำได้ ขึ้นอยู่กับจิตใจของคนรำมากกว่าเรื่องเพศ และรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของพิธีกร เพราะเป็นเหมือนการเหยียดเพศ ทำร้ายจิตใจ และความรู้สึกของเด็ก และตนก็เป็นเหมือนกัน จึงเข้าใจความรู้สึกนี้ดี

ประเภท : ทั่วไป

ที่มา : workpointnews.com